| fai's profileข้าพเจ้ามิได้ชื่นชมในรสช...PhotosBlogLists | Help |
|
August 17 อาหารมื้อที่อร่อยที่สุดในโลกวันก่อน(เพราะจำไม่ได้ว่าวันไหน 55)
หนีออกจากร้านตัวเอง เพราะเกิดศึกครั้งหญ่ายยย
เหอๆ
พี่เก่ง (พี่ที่สนิทที่นี่ พี่ชายเว้ย พี่ชาย กรูรู้นะพวกเมิงคิดอะไรอยู่น่ะ)
ก้เลยชวนหนีตายออกจากร้าน (พอดีพี่เก่งออกกะพอดี)
ไปหาข้าวข้างนอกกินกัน
เพราะไหนๆก้นัดกันจะไปช๊อปปิ้งให้คุณเพื่อนๆอยู่แล้ววันนี้
ระหว่างอยู่บนรถพี่เก่งก้ถามว่ากินไรกันดีวะ?
กรูก้ติ้ว พี่เก่งก็ติ้ว
(ติ้ว คือ อาการไม่มีเงินขั้นรุนแรง 55 ศัพท์ใหม่ จากเด็กนอกกกกก(โลก ก๊ากก))
ติ้วทั้งคู่ เหอๆ
พี่เก่งก้เลยเลี้ยวรถเข้าบ้านพี่เค้า
แล้วก้บอกว่า เด่วทำกับข้าวให้กินที่บ้านละกัน
โอ้วววว
ใครจะไปเชื่อ ผู้ชายทั้งแท่ง หน้าตาดี บ้านรวย
ทำกับข้าวเป็น
แถมอร่อยซะด้วยสิ
เข้าบ้านไป พี่เค้าไม่ให้กูทำไร ให้นั่งเฉยๆ
ก็นั่งดูเค้าทำไข่ขยี้ 55
แล้วก็เอาแซลมอนมาย่าง
ตอนแรกจะทำแซลมอนย่างราดซอสกระเพรา
แต่ใบกระเพราหมด แป่ววว
(ขอบอกว่าใบกระเพราที่นี่แพงมาก ไอ้นัทนอกจากเมิงจะขายยาคูลว์ กูแนะนำให้ขายใบกระเพราด้วยอีกอย่าง 55)
ก้เลยเปลี่ยนไปทำแซลมอนราดซีอิ้วแทน
แต่เนื่องด้วยว่าพี่เค้าไม่เคยทำซอสนี้มาก่อน
ใส่นี่เลย น้ำมันหอย ซีอิ้ว ซอสแม๊กกี้ น้ำปลา
มันก้เค็มดิวะ แล้วยังยื่นให้กูชิมอีก (รู้ทั้งรู้ว่ามันเค็ม)
หลังจากกูบอกให้แก้ด้วยการใส่น้ำตาลลงไป
ก็ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น
ก็เลยเททิ้ง 555
เปลี่ยนใหม่ๆ
คิดกันอยู่หน้าเตานั่นละ ทำซอสไรดีวะ
คิดกันอยู่นาน ไฟเตาแก๊ซก้ไม่ปิด ดีไม่ไหม้กระทะไปด้วย 55
คุ้ยๆตู้เย็น ก้ไปเจอซอสกระเพราเร็จรูปพอดี
ก็เลยได้ซอสละ
พี่เก่งก้เอาน้ำมันใส่กระทะ ใส่ซอส(สำเร็จรูป)ไปผัดๆ
ง่ายดี 55
ราดแซลมอนที่ย่างเสร็จไว้แล้ว
โอเค ตักข้าว กินได้
โหยยยย
อร่อยที่สุดในโลกอ้ะ 55
ชมไว้ก่อน เด่วเค้าไม่เอาของกลับมาให้กู กร๊ากกก
แบบว่าของคุณเพื่อนเยอะมากมาย กูเลยต้องสละโน๊ตบุ๊คอันแสนหนักของกรู
ไปให้พี่เค้าถือกลับไทยให้ 55
ดังนั้นช่วงแรกๆ ติดต่อกูไม่ได้ จนถึงวันที่ 25 เพราะพี่เค้ากลับถึงไทย 25พอดี
แต่ก้กินแล้วไม่ท้องเสียนะ ฮา
แล้วก้อร่อยจริงๆด้วยละ ไม่น่าเชื่ออออ
ปล. ก่อนกลับก้เลี้ยงส่งด้วยการกินเหล้า
พอกลับไป กูกะพี่เก่งก้จะฉลองกลับไทยด้วยการกินเหล้าเหมือนกัน
55
กูว่า หาเรื่องแดกเหล้ามากกว่าเหอะ อิอิ
ไว้เจอกันที่ไทย เฮียยยย
เอ้า ชนนนนนนน
August 13 @USAในที่สุดกูก้ว่าง มาอัพบล๊อคอีกรอบนึง
จริงๆก็อยากจะบอกว่า ก้ว่างตลอดแหละ
แต่กูติดนิยาย 55
ตื่นมา(ตอนแรกกะจะบอกเช้ามา แต่นึกได้ไม่เคยตื่นเช้ากะเค้า อิอิ)
ก็เปิดเนต อ่านนิยายในพันทิพก่อนเลย
ตามมาด้วยเช็คเมลล์
แล้วก็อ่านกระทู้ในพันทิพ
อ่อ อีกอย่างนึงที่ทำแม่งทุกวันก็คือ เช็คยอดเงินในธนาคารออนไลน์
ดูจำนวนเงินที่มันลดลงไปทุกวัน
ดูแล้วก็เศร้าใจ (ดูแล้วเศร้า แล้วกูจะดูทำไมทุกวันวะ?)
มีแต่ถอนๆ ไม่เห็นมีฝาก(วะ)
เข้าเรื่องดีกว่า
วันก่อนไปตลาดมา
ไอ่เหี้ย กูเจอแล้ว ของที่แพงเวอร์
มันคือ "ยาคูลว์" (เขียนไม่ถูก 55)
แพงสัดๆ แม่ง 5 ขวดตกไป ประมาณ 3เหรียญ
ก้ประมาณ 120 บาทไทย
ตกขวดละ 24 บาท
ขวดเท่าบ้านเราเล้ย กระจิดนึง ยกซดทีเดียวหมด
กรอกปากง่ายยิ่งกว่าเหล้า 555+
ก็เลยซื้อมาลองดู
จะบอกว่าโง่ ซื้อมาก้ว่าได้
หลังจากกินแล้ว ก้ไม่เหนจะต่างกับบ้านเราเล้ย
ใช่สิ มันจะต่างได้งัยวะ
ก้มันยี่ห้อเดียวกัน มันก้ต้องเหมือนกันสิ!!
จบดีกว่า
จริงๆกะไว้จะเขียนเยอะกว่านี้ แต่ตอนนี้ขี้เกียจละ
ไปอ่านนิยายในพันทิพต่อดีกว่า 55
นี่อุตส่าห์ลัดคิวประจำวันเลยนะเนี่ย กร๊ากกก
July 16 ลืมไปแล้วว่าบล๊อคมันอัพยังไงวะ?5555 นึกคึกเหี้ยไรขึ้นมาไม่รุ เสือกมาอัพบล๊อค
ไม่ได้อัพมาเป็นชาติแล้ว ลืมไปแล้วว่ามันทำอะไรยังไง
จิ้มๆไป แม่งก็คงได้เองละวะ
นิยายเรื่องนั้น
กริ้งๆๆๆ (เสียงโทรศัพท์ดัง) ว่าแต่เสียงโทรศัพท์แม่งรุ่นป้าเกิ้นน
กรู: โทรมาทำไม?
มัน: ******
กรู: อะไรนะ ว่าไงนะ จะฆ่าตัวตาย??
มัน: ******
กรู: สงสารพ่อแม่ยูเนอะ อุตส่าห์ส่งเสียลูกเรียนมา แต่ลูกกลับมีปัญญาคิดได้แค่เนี้ย ยูตายๆไปเหอะ อยู่ไปก้หนักแผ่นดินป่าวๆ
เกิดมาแล้วคิดได้แค่นี้ อย่ามีชีวิตอยู่เลย
มัน:...................
กรู: อ่อ อีกอย่างนึงนะ ถ้ายูจะตายไม่ต้องโทรหากรู นู่น ไปโทรหาโรงพยาบาลไม่ก็ปอเต๊กตึ้งโน่น
กรูไม่ใช่มูลนิธิร่วมกตัญญู โทรหากรูก็ไม่ได้อะไร
กรู: อ่อ กรูอโหสิกรรมให้ หวังว่าชาติหน้าคงไม่ได้เจอกันอีก อาแมน แค่นี้นะ จะไปตายก้รีบๆไป
กรู: (วางหูโทรศัพท์ไป) แล้วแดกต่อ
สักพักก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา 555 ความฝัน
*************************************************************************************
ปล. กรูก็บอกแล้วว่ามันเป็นนิยาย
เดือนหน้า เด่วกรูก็กลับกรุงเทพเมืองฟ้าอมรละ
August 17 เบอร์โทรร้านเหล้า ทั่วกรุงเทพฮ่าๆ มีประโยชน์แน่ๆ
สำหรับคอสุราทุกท่าน
กร๊ากกๆๆๆ
ปล. ไปกิน อย่าลืมชวนด้วย!!
RCA New route66 east & west ...(01) 440-9666......หรือที่เบอร์ 06-3000-817 Slim .... 02-203-0226-3............พี่ไวน์ 01-645-1177.. 3 Some ...0-2203-1240-7 Club Astra .... 09-497-8422 Prop Bar ... 02-203-0669 REFEEL ...02-664-6459 ทองหล่อสโมสร ...02-203-0516 ONE DOLLAR ...คุณโจ ผู้จัดการ... 09-767-3482 ทองหล่อ/ เอกมัย booze ... 02-715-0763 Room 25 - ทองหล่อ ซ.25 ....02-712-6448-9 Santika ...เบอร์ 02-711-5887 และ 02-711-5830 หรีอ 01-351-8683 นั่งเล่น - เอกมัย ....จองโต๊ะได้ที่.. คุณเอ้ ....0-1734-5102 ...เวลา 10.00 - 17.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ (ร้านปิดวันอาทิตย์) barburee ..เอกมัย .. 02-392-4976-8 ลิเบอตี้ Bombay bar ... 02-819-3768 หรือ 02-714-9459 Ashley's Rumour ... 02-714-7861 แจ่มบาร์ .. 01-832-0675 สุขุมวิท Bed supperclub ..สุขุมวิท 11.. 02-651-3537 Bar24 ..sukhumvit 24(soi emporiam) .. 02-6611062 , 09-000-2424 Narcissus ...สุขุมวิท 23 .... 02-258-4805 Zanzibar ...สุขุมวิท 11 ... 02-651-2700 รัชดา ซ.4 บางรัก .. 09-095-0990 Snop .. 02-819-3659 Gig club .. 01-834-5490 MonKey .. 01-828-9371 China bar .. 02-247-8823 Blue Bar .. 01-820-2000 , 06-389-0011 หลังสวน(ลุม) 70's Bar ... 02-253-4433 สีลม Speed ...สีลม ซ. 4 ... 01-818-5064 Tapas ...สีลม ซ. 4 ... 02-632-7982 ข้าวสาร Silk Bar ... 02-281-9981 The Club ..ข้าวสาร .. 02-629-1100 Cinnamon ...ซ.รามบุตรี .. 02-629-4075 เลียบทางด่วน.. รามอินทรา Yes Indeed ... ถนน เกษตร- นวมินทร์ ..02-907-7844-7 The Immortal ..ถนน เกษตร- นวมินทร์ ..02-570-9999 The pool pub .. ถนน เกษตร- นวมินทร์ .. 02-578-3122-3 The Glasshome Bar ..เรียบด่วนรามอินทรา-เหม่งจ๋าย 02-934-7222-4 Camp of Havana ...ถนน เกษตร- นวมินทร์ ..02-905-1133 กระฉูดผับ ...02-943-9531-4 อื่นๆ CAFE DE MOC ผับบนถนนราชดำเนิน.. หยุดทุกวันจันทร์ ... 02-662-2571 Pump up .. 02-642-2222 แซกโซโฟน - อนุสาวรีย์ .... 02-246-5472 Wild west ..ถ.ทาวน์ อิน ทาวน์ .. 02-394-5161 RETRO LIFE CAFE .. ศุนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ .. 02-229-3398-9 River Bar ..เชิงสะพานกรุงธน.. 02-879-1747-8 Bale bar .. ลาดพร้าว 35 .. 02-938-1518-9 คนพิเศษชีวิตคนเรามีอะไรมากมายที่ผ่านเข้ามาให้ซึมซับรับรู้แล้วลืมมันไป ในชีวิตคนเรามีผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านไปทำให้รู้จักมักคุ้น แต่ในผู้คนมากมายเหล่านั้น อย่างน้อยคงต้องมีใครบางคนที่ทำให้เรารู้สึก "ไม่ธรรมดา" ที่จะนึกถึง เรียกว่าเป็น "ความพิเศษ" ที่เราจะยกเว้นเอาไว้จากความปกติทั่วไปของจิตใจ ก็ในเมื่อคำว่า "พิเศษ" หมายถึงความจำเพาะ ความแปลกแยก ความดีงาม ความอบอุ่นในหัวใจ กระนั้นทำไมเราไม่ปฏิบัติต่อเขาให้ตรงกับที่ใจคิด ให้ "ความรู้สึกดีดี" จากจิตใจที่ดีดี ให้ "ความอาทรถึง" จากจิตใจที่นึกถึง ให้ "ความห่วง" จากจิตใจที่เป็นห่วง ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างดีดี แต่มี "สติ" ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างอบอุ่น แต่ไม่ "คุกกรุ่น" ให้ไปเลย ให้ไปเท่าไหร่ก็ได้ แต่เมื่อให้ไปแล้วต้อง "ไม่ร้อนรุ่มกลัดกลุ้ม"
และหากเมื่อใดจิตใจอาจระส่ำระสาย สะดุดกับอะไรขึ้นมาบ้าง ก็จงหยุดพักตรึกตรอง อย่าปล่อยให้พายุอารมณ์โถมพัด "สิ่งดีดี" จนกระจัดกระจาย เพราะ "การให้ความหมาย" ไม่ใช่ "การตั้งความหวัง" คนสองคนให้ความหมายซึ่งกันและกัน แต่คนสองคน "จะไม่ตั้งความหวังในกันและกัน" เพราะการตั้งความหวังมักนำพาซึ่ง "การเรียกร้อง" "ความอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ" โดยที่ไม่รู้ตัว มันร้อนนัก หนาวนัก และไม่เป็นสุข เราต้องไม่ลืมปรับอุณหภูมิจิตใจเอาไว้ที่องศาอุ่นๆ หากเริ่มรู้สึกตัวว่า ความร้อนเริ่มทวีขึ้น เราต้องค่อยๆ เดินออกมาสูดอากาศเย็น หากตรงกันข้ามเราก็ต้องหลบเร้นจากความหนาวมาหาไอแดดเช่นกัน และอย่าลืมว่า "ความพิเศษ" ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นพิเศษมากหรือพิเศษสุด หรือพิเศษอย่างยิ่งในคนคนเดียว ทั้งเราและเขาอาจจะมีคนพิเศษในวิถีชีวิตได้หลายลักษณะ พิเศษในเรื่องนั้น พิเศษในเรื่องนี้ ในเมื่อหัวใจเป็นของเรา เราก็ย่อมเลือกให้ความพิเศษกับใครก็ได้ที่เราจะไม่ต้องแลก กับความทุกข์อย่างพิเศษกลับมา จงให้ "ความพิเศษ" เป็นชีวิตชีวา เป็นแววตาที่แจ่มใส เป็นความห่วงใยที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้ ไม่วิ่งหนี แต่ไม่วิ่งตาม ไม่หักห้าม แต่ไม่กระโจนใส่ ไม่เป็นน้ำตาลที่หวานอ่อนไหว แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจและเอื้ออาทร จงเป็นความแจ่มใสในอารมณ์ของตัวเอง เป็นความชุ่มชื่น สดใส เช่นสายน้ำ เป็นสีสันงดงามเช่นมวลผกา เป็นสีเขียวของใบไม้ ที่เย็นที่ตาและที่ใจ และที่ตรงนี้ จะอีกนานเท่าใด ไม่ว่า "คนพิเศษ" คนนั้นจะอยู่ใกล้หรือต้องจากกันไกล ความพิเศษ" นั้นก็จะคงอยู่อย่างมีคุณค่า ณ ที่เดิม ที่ซึ่งใจข้างซ้ายตรงกัน July 31 ไม่เคยจะห่างกันแม้วันนี้ไม่มีเธอใกล้ๆ แต่ก็รู้ว่าใจเรานั้นไม่เคยจะห่างกัน
ใครกี่คนไม่เคยคิดผูกพัน เพราะใจฉันมีแต่เธอเพียงเท่านี้
ด้วยภาระและทางที่เราต้องเดิน แต่ว่าฉันไม่เคยเพลิดเพลินคิดมองใคร อาจจะเผลอก็เพียงแค่สายตา เพราะหัวใจฉันรู้ว่ามีเธอในใจเท่านั้น
อยู่ตรงนั้นเธอคิดถึงฉันมากเท่าไร อยู่ตรงนี้เธอรู้ไว้เลยว่าคิดถึงเธอจนล้นหัวใจ ได้โปรดเธอจงมั่นใจ ว่าฉันคนนี้รักเพียงแต่เธอ
อยู่ตรงนั้นเธอเองจะเหงาสักเท่าไร อยู่ตรงนี้ยิ่งเหงาเท่าไร ก็ยิ่งรู้ว่าฉันรักเธอ
ต่อให้เนิ่นนานที่เราไม่เจอะเจอ ทุกนาทีหัวใจเรานั้นไม่เคยจะห่างกัน เพลง ไม่เคยจะห่างกัน (Featuring วิน ศิริวงศ์)ของ เอิ้น พิยะดา
อัลบั้ม behind the songs
****************************************
ในค่ำคืนที่มีเธออยู่เคียงข้างกัน มันช่างอุ่นใจเหลือเกิน
ต่อให้คนมากมาย ไม่อาจคลายความเหงา เท่าที่มีเราอยู่เพียงสองคน แต่เวลาที่เปลี่ยนจิตใจคนนั้นเปลี่ยน เลยทำให้เธอไม่มั่นใจ
เธออยากให้ฉันรับปากว่าจะไม่จากไปไหน ไม่ให้ใครมาแทนที่เธอ แต่ไม่สัญญาได้ไหมว่าจะรักตลอดไป
ไม่สัญญาได้ไหมว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร
บอกได้เพียงว่าชีวิตฉันมีเธอเป็นหัวใจ และคงจะไม่มีใครเปลี่ยนใจฉัน ก็มีแต่เธอเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่าง มีแต่เธอที่รู้รักเธอเป็นเช่นไร
ก็มีแต่เธอเท่านั้นที่เก็บรักฉันเอาไว้ คนเดียวทีเปลี่ยนหัวใจชั้นได้ ก็คือเธอ
ต่างคนเคยพลาดผิด กับชีวิตที่ผ่าน เคยทรมาณมากมาย
ในวันนี้แค่เพียงได้กุมมือกันไว้ จะทุกข์เพียงใดก็คลายเพราะรักเรา เพลง เธอเท่านั้น (Featuring ขลุ่ย วชิระ พุกพบสุข)ของ เอิ้น พิยะดา อัลบั้ม behind the songs July 28 ครอบครัวหรรษา V.2กรี๊ดดดด
หลังจากที่อัพเสปซไม่ได้เป็นเวลานาน
ในที่สุด ในที่สุด
ชั้นก็อัพได้แล้วโว้ย!!
(ภาพ: พลุกระจายอยู่เบื้องหลัง ฮ่าๆ)
ระหว่างที่กินข้าวกับครอบครัวอยู่
ฝ้าย said: "ม๊า ถ้าฝ้ายเอานิ้วจิ้มเข้าไปในพัดลม นิ้วจะขาดมั้ยอ่ะ?"
แม่: หันมามองด้วยสายตาเย็นชา (คงนึกในใจ ว่ามันท่าจะบ้า)
แม่ said: "ฝ้ายก็ลองเอานิ้วจิ้มดูซิ ถ้าอยากรู้อ่ะ"
ฝ้าย: !!!
อีกสองวันถัดมา
ฝ้าย said: "ป๊า ถ้าเราเอานิ้วแหย่ใบพัด พัดลม มันจะเป็นงัยอ่ะ?"
ป๊า said: "ก็ลองเอานิ้วแหย่ดูสิ!!"
ป๊า : หันกลับไปกินข้าวต่ออย่างไม่สนใจ..
เอ่อ...
เอ่อ...
เอ่อ...
เอ่อ...
เอ่อ...
เอ่อ...
เอ่อ...
...
วะฮ่าฮ่า!!
June 09 เมื่อคราวที่นู๋ยังเด็ก..วันก่อน แม่เล่าให้ฟังว่า
ตอนเด็กๆนู๋ซนมาก พูดอะไรก้ไม่ค่อยฟัง
สั่งอย่าง ดันไปทำอีกอย่าง
ดื้อมากมาย
ตอนเด็กๆนู๋ก้เล่นขายของกับพี่สาว
พี่ก้เอาดินละลายน้ำ มาใส่กาน้ำชา เล่นกินน้ำชากัน
ด้วยความที่นู๋ยังเด็ก หรือโง่ก้ไม่รู้
นู๋ก้ยกน้ำดิน หรือน้ำโคลนนั้นกินจริงๆ
แล้วพี่สาวก้ตะโกนห้าม
เฮ้ย ฝ้าย อย่ากินๆๆๆๆ
นู๋ก้หัวเราะ เอิ๊กกๆ ชอบใจ
อย่ากินเหรอ ฮ่าๆๆ
ดื่มหมดกาเลย
-________-"
นู๋ฝ้ายเอ้ย ทำไปได้เนอะ!!
หลังจากสถาบันวิจัยคิงคอเลจไม่มีคนจ้างวิจัยซุปไก่แล้ว
ก้ได้สัณนิษฐานว่า
การกินน้ำโคลนนั้นมีประโยชน์
ดังนั้น ถ้าพ่อแม่ท่านใด อยากให้ลูกฉลาด
กรุณาทำตามข้อความข้างต้น
เข้าใจไม๊คะ?
ไม่เข้าใจ กด 1
เข้าใจ กด 2
ติดต่อโอเปอร์เรเตอร์ กด 0
555
เพ้อเจ้อหว่ะ!!
กราบสวัสดี
(-/\-)
May 31 เปิดซิง..ฮ่าๆ
เนื้อหาข้างในไม่ได้เกี่ยวอะไรหรอก
แค่อยากรู้ว่าคนเข้ามาเพราะเหตุนี้มีเยอะป่าว
ถ้าเข้ามาเพราะชื่อ ก้ลงชื่อด้วยนะ อิอิ
หลังจากไม่ได้เข้าเสปซมานานมาก
ด้วยความที่ไปแรดข้างนอกบ่อยมากมาย
ถ้าจะนำมาเล่า ก้คงเล่าได้เป็นมหากาพย์!!
แต่วันนี้.. ก้ยังไม่เล่าอยู่ดีละ
เรื่องอดีตจะไปสนใจทำไม จิงมะ?
อ้าว ไม่เล่าเรื่องที่ผ่านมา แล้วตูจะเล่าไรดีละ?
นั่นสิ..
เสปซมันล่องลอย เหมือนชีวิตตอนนี้เลย
อ่านชื่อเอมใครๆก้บอกว่าล่องลอยกันทั้งนั้น
เราก้เลยอินเทรน ล่องลอยตามเพื่อนๆมั่ง
อิอิ เด่วจะตกเทรน
ขี้เกียจหาที่เรียนพิเศษชะมัด
แต่ถ้าไม่เรียน แล้วโทเฟลตูละ??
จะไปเรียนที่นู่นเลยก้ขี้เกียจ
แบบว่า แพงด้วย ค่าตั๋วเครื่องบินแพงสาดครึ่งแสด
ไปตอนนี้ อีกแปปเดียวก้กลับมาละ ต้องมารับปริญญาอีก
แล้วก้เรียนมาตั้งยี่สิบก่าปี ขอพักหน่อยจะเปนไรไป
จะไปเรียนที่สิงคโปร์ หรือออสเตรเลียก้ขี้เกียจหาที่เรียน
ทำไมตูขี้เกียจอย่างนี้วะเนี่ย
เอาน่า..
เอาเป็นว่าเด่วกลับมาจากบ้านนอกเมื่อไหร่ ก้คงจะกลับมาจัดการเองละ
หวังว่านะ หวังว่า..
วันนี้ฝนแม่งตกยังกับห่าลง
พี่นิวบอกฝนไล่ช้าง
ตูว่า ช้างตายทั้งตัวแล่ว
ช้างตายทั้งตัว ก้เอาใบบัวมาปิดเซะ ลาว
เพ้อเจ้อ!! พอ..
ฝนตกทีไร ตูก้นึกหวั่นใจทุกที
กลัวโน๊ตบุ๊คพังเหมือนเครื่องที่แล้ว
เมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้วนี่เอง
ใครๆเห็นก้โหย บ้านรวย เอาโน๊ตบุ๊คมาเป็นที่ทับกระดาษ
ถ้ากูเอามาใช้ได้ ก้เอามาใช้แล้ว
รวยพ่องดิ!!
มันพังคับ
ใช่แล้วคับพี่น้อง
ฝนตก ฟ้าผ่าลงโน๊ตบุ๊คนู๋
ส่งศุนย์ ค่าซ่อมราคาห้าหมื่นก่า
พ่องดิ ตูซื้อเครื่องใหม่ดีก่า
ปล.ท่านแม่sadi: แต่นู๋ก้ซื้อเครื่องใหม่ก่อนเครื่องเก่าพังอีกนะลูก
กรู said : แหะๆๆ ก็...
by the way
ห้ามแปลว่าตามทาง หรือซื้อทางเด็ดขาด
ถ้าคุณแปลแบบนั้น กรุณาเรียนภาษาอังกฤษใหม่อย่างเร่งด่วน
ปล. ถ้าแปลไม่ออก ติดต่อได้ทางหลังไมค์นะจ๊ะ จุ๊บๆ
นู๋จะกลับบ้านแล่ว
เนื่องด้วยเซงมากมาย กับชีวิตที่ล่องลอย
กลับไปบ้านนอก ใช้ชีวิตกับครอบครัวดีก่า
สนุกสนานไปวันๆ
อยู่บ้านแล้วไม่ต้องคิดอะไรดี สบายใจ
ไม่ต้องมารำคาญที่คนนั้นมาทำแบบนี้
คนนี้มาทำนิสัยอย่างนั้น
เบื่อ!!
ไปไกลๆนู๋หน่อยเหอะ
อย่ามาวุ่นวายกับนู๋เลย
เรื่องเซงประจำเดือน
มีคนมาบ่นว่าไม่ทำไร ให้ไปหางานทำ
บอกว่าจะมาอยู่เฉยๆขอเงินแม่ใช้ไปวันๆได้งัย
โธ่ คุณ..
แล้วคุณละ คุณทำไรบ้างวันๆ
วันๆคุณก้ได้แต่ช๊อปปิ้ง กินข้าว
งานการก้ไม่ทำแล้ว อยู่ใช้เงินสามี
ชีวิตคุณต่างจากนู๋ยังไง ถามหน่อย
ขอเงินเค้าใช้เหมือนกันมั้ย?
สามีทำงานมากมาย ตัวเป็นเกลียวหัวเปนน๊อต
คุณละ ล่องลอยอยู่พารากอน เอมโพเรี่ยม
ต่างจากนู๋ตรงไหน ถามหน่อยเถอะ!!
ปล. นู๋ไม่ใช่ตัวสำรองของใคร เพราะฉะนั้นเมื่อเวลาคุณไม่มีใคร คุณเหงา คุณเบื่อ คุณอย่ามายุ่งกับนู๋!!
คำพูดที่เคยใช้ได้กับนู๋ในตอนนั้น มันไม่สามารถใช้ได้ในตอนนี้ เผอิญว่านู๋ฉลาดขึ้นแล้วค่ะ คงต้องเอาไปใช้กับคนโง่คนอื่นนะคะ
ปล.2 เคยได้อ่านมั้ย ที่เค้าบอกว่า ถ้าเมื่อใดที่ได้ตอกตะปูลงแผ่นไม้ไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะถอนตะปูตัวนั้นออกไป แต่รอยที่เคยถูกตะปูตอก มันก็จะยังเป็นรอยอยู่อย่างนั้น ทำยังไงก้ไม่หาย
นะจ๊ะที่รัก..
May 23 เมื่อถึงคราวที่..ถ้าหากบังเอิญมีความจำเป็นที่ทำให้คุณต้องเลิกกัน โดยที่ยังคงมีความรู้สึกที่ดีดีต่อกัน วันเวลาที่ถูกใช้ไปแบบมีเงาตามตัวตลอด เคยไปไหนมาไหนในสถานที่เดิมด้วยกัน ใช้ของใช้ที่ต่างฝ่ายต่างซื้อให้กัน แต่แล้ววันหนึ่งคุณต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังคนเดียว คุณจะทำยังไง?
ในความจริงแล้วทุกคนสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง ทุกคนสามารถผ่านวันเวลานั้นไปได้ ถ้าเราไม่คร่ำครวญจนเกินไป ความเจ็บปวดมักจะเกิดจากการที่จิตใจไม่ยอมรับสภาพที่ เป็นอยู่ ไม่พอใจในสิ่งที่ขาดหายไป เราไม่จำเป็นต้องพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ เพียงแต่ต้องยอมรับให้ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น . . ยอมให้เวลาผ่านไปอย่างเจ็บปวด
แต่เชื่อเถอะวันหนึ่งแผลก็ต้องหาย ไม่มีใครเป็นแผลเรื้อรังไปจนตาย มีบาดแผลก็ต้องมีความเจ็บปวด มีบาดแผลก็ต้องใช้เวลารักษา
เห็นด้วยนะว่า แผลเป็นเกิดขึ้นได้ ยิ่งแผลลึกโอกาสเป็นแผลเป็นยิ่งมาก แต่ไม่มีใครเจ็บปวดเพราะแผลเป็น. . มันแค่ทำให้สภาพปกติไม่น่าดูเพิ่มขึ้นนิดหน่อย
สำหรับบางคนที่มีปัญหาต่อกันอยู่ และกำลังกลัวว่าจะต้องผ่านช่วงเวลาอย่างนี้ จนทำให้ไม่กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลง . . และปล่อยให้อะไรๆ มันเลวร้ายไปกว่าเดิม เชื่อเถอะมันจะยิ่งทำให้แผลลึกลงไปกว่าเดิม และโอกาสหายก็จะช้าขึ้นอีก
เราต้องกล้าที่จะทนฝ่าหมอกควันออกไป ไม่อย่างนั้นยังไงเสีย ก็ไม่รอดอยู่ดี แต่ถ้าคุณผ่านมันออกไปได้ ลมหายใจของคุณจะกลับมามีค่าอีกครั้งหนึ่ง . . |
|||||
|
|